20 กันยายน 2569
กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก เข้าสู่ระบบได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน
หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก ลงทะเบียนได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน



ปิดหน้าต่าง
ปิดหน้าต่าง
มีอีเมล์นี้ในระบบแล้ว
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
กรุณายืนยันอีเมลของท่าน เพื่อให้การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการส่งรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 14.20 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยง ณ ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
ในการนี้ สำนักงานชลประทานที่ 7 โดย นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 มอบหมายให้ นายเศรษฐพงศ์ ภิงคารวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 พร้อมด้วย นายวรเทพ วัฒนวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ นายยอดรัก หนึ่งคำมี หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายสุทธิพันธ์ พื้นแสน หัวหน้าฝ่ายช่างกล และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยมี นายศักดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้
สำหรับโครงการประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต ตั้งอยู่บริเวณบ้านโนนสังข์ ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม เป็นโครงสร้างสำคัญภายใต้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีที่มาจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2535 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำก่ำ และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ โดยโครงการมีบทบาทในการควบคุมและบริหารจัดการน้ำในลำน้ำก่ำก่อนระบายลงสู่แม่น้ำโขง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน ลดผลกระทบจากน้ำท่วมขังในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร รวมถึงการเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง ทั้งด้านการอุปโภคบริโภคและการเกษตร
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เร่งพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำและพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติม โดยเฉพาะการพิจารณานำพื้นที่ที่มีศักยภาพมาใช้รองรับน้ำส่วนเกินก่อนระบายลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้ง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำให้เกิดความสมดุลทั้งในช่วงน้ำท่วมและน้ำแล้ง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเด่นล่าสุด
สำนักงานชลประทานที่ 7
ผส.ชป.7 มอบหมายหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการใช้น้ำ นำทีมเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting ร่วมกับส่วนกลาง เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมองค์ความรู้เทคโนโลยีการทำนาแบบเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และยั่งยืน ขานรับนโยบายอธิบดีกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอย่างคุ้มค่าสูงสุด
สำนักงานชลประทานที่ 7
ผส.ชป.7 มอบหมายหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการใช้น้ำ นำทีมเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting ร่วมกับส่วนกลาง เพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมองค์ความรู้เทคโนโลยีการทำนาแบบเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และยั่งยืน ขานรับนโยบายอธิบดีกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอย่างคุ้มค่าสูงสุด
สำนักงานชลประทานที่ 7
รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำลำน้ำอูน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก 15,000 – 16,000 ไร่ โดยมี ผอ.โครงการชลประทานนครพนม ร่วมรายงานข้อมูล พร้อมแนะแนวทางบริหารน้ำเชิงป้องกัน น้อมนำหลัก ”แก้มลิง” ชะลอน้ำหลาก กักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง ควบคู่ขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่
ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการปรับปรุงเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น
กรุณาลองส่งอีกครั้งหรือสักพัก เพื่อทำการส่งใหม่
ทางหน่วยงานขออภัยในความไม่สะดวก
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการยกเลิกรับข่าวสารสำเร็จ
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง